สิ่งที่ต้องคำนึงก่อนตัดสินใจทำการต่อเติมบ้าน เราต้องเตรียมการทุกอย่างให้พร้อมก่อน เพราะเมื่อลงเงืนไปแล้วหากมีปัญหาต่างๆเกิดขึ้น จะทำให้เกิดความเสียหาย เสียเวลาแก่ท่านเจ้าของบ้านได้ เรามาพิจารณาตามลำดับความสำคัญๆ ดังนี้

ข้อพิจารณาก่อนการต่อเติมบ้านเดี่ยว

1. กฎหมายควบคุมอาคาร

แน่นอนว่าทำบ้านทั้งทีต้องเกิน 5 ตร.ม.อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการขออนุญาตต่อเติมหรือดัดแปลงให้ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง โดยวัตถุประสงค์ของการตรวจแบบคือ ดูเรื่องระยะร่นของอาคาร ระยะช่องเปิดหน้าต่าง-ประตู ห่างจากแนวเขตเท่าไหร่ ดูเรื่องความสูงอาคาร ประเภทการใช้งานของอาคารที่ทำการต่อเติม โครงสร้างและความแข็มแรงของอาคารเป็นต้น

2. ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเพื่อนบ้าน

บ้านที่จะทำการต่อเติมวางอาคารชิดแนวเขตหรือไม่ ถ้าชิดแนวเขตก่อต้องเจรจาให้เพื่อนบ้านยินยอมก่อนด้วย และหากชิดแนวเขตที่ดินส่วนบุคคลห้ามมีช่องเปิดโดยเด็ดขาด แต่ถ้าเราถอยผนังเราห่างจากแนวเขต อย่างน้อย 50 ซม. ก็ไม่ต้องขออนุญาตเพื่อนบ้าน แต่ก็ยังเจาะช่องเปิดไม่ได้อยู่ดีหากว่าห่างจากแนวเขตไม่ถึง 2 เมตร อีกประการหนึ่งคือเสียง ฝุ่น แรงสั่นสะเทือนต่างๆที่จะไปรบกวนเพื่อนบ้าน ท่านเจ้าของบ้านต้องให้ผู้รับเหมาหาวิธีจัดทำแนวป้องกันนี้ด้วย

3. ตรวจดูความแข็งแรงโครงสร้างอาคารเดิมและงานระบบต่างๆ

ทั้งใต้ดินและบนดินก่อนลงมือก่อสร้าง คือ ท่อน้ำประปา ท่อน้ำทิ้งจากอาคาร บ่อพักน้ำทิ้ง ถังดักไขมัน ถังเก็บน้ำใต้ดิน บ่อบำบัดหรือถังแซทส์์ใต้ดิน สายไฟที่อาจเดินอยู่ใต้ดิน แนวท่อน้ำยาปลวก สิ่งเหล่านี้ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่ต่อเติมต้องหาวิธีหลีกเลี่ยงหรือปรับแบบก่อสร้างตามสภาพหน้างานก่อน แต่หากแนวเสาเข็มไปตรงกับตำแหน่งเหล่านี้ต้องใช้วิธีแก้ไขแบบโครงสร้างช่วยโดยให้วิศวกรเป็นผู้กำหนด ส่วนงานระบบที่อยู่บนดินอาจจะมีงานไฟฟ้า โคมไฟ ปลั๊กไปภายนอกอาคาร ระบบกันขโมย งานท่อระบายน้ำฝน สวนนี้หากต้องทำการย้ายต้องวางแผนให้สอดคล้องกับอาคารที่จะต่อเติมก่อนว่าจะไปอยู่จุดไหน

ข้อพิจารณาก่อนการต่อเติมบ้านเดี่ยว

4. ระบบโครงสร้างอาคาร

กรณีต่อเติมบ้านอออกไปห้ามให้ส่วนของอาคารที่จะทำการก่อสร้างใหม่มายึดเกาะกับอาคารเก่าโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาคารใหม่จะมีการทรุดตัวเร็วกว่าอาคารเก่าในช่วงแรก จะทำให้เกิดรอยแยก รอยร้าว และปัญหารั่วซึม ตามสภาพดินและน้ำหนักของอาคารที่มี แม้ว่าจะใช้เสาเข็มที่ยาวเท่ากับอาคารเก่าก็ตาม กล่าวคือ ส่วนของโครงสร้างและเสาเข็ม ให้มีเสาเข็มรับอาคารใหม่ของตัวมันเองโดยไม่ต้องฝากส่วนใดส่วนหนึ่งกับอาคารเก่า คานและพื้นห้ามเชื่อมต่อกับอาคารเก่าโดยเด็ดขาด เวลาเทคอนกรีตจึงต้องทำการแยก Joint หรือรอบต่อด้วยแผ่นโฟมไว้เพื่อไม่ให้น้ำหนักอาคารใหม่ดึงอาคารเก่าลงด้วย

5. งานสถาปัตยกรรม

ส่วนของรอยต่ออาคาร หรือการบรรจบกันของอาคารใหม่กับเก่า ให้เลือกใช้วิธีเว้นรอยต่อและใช้ซิลิโคนคุณภาพสูงซีลรอยต่อนั้น หากรอยแยกมีการขยับตัวก็สามารถใช้ซิลิโคนแก้ไขได้ทันที วิธีนี้ผนังอาคารใหม่และผิวปูนฉาบจะไม่เกิดรอย Crack แน่นอน ส่วนรอยต่อที่พื้นใช้วิธีเดียวกันแต่ให้เพิ่มคิ้วสำเร็จรูปปิดที่พื้นทางเดินเพื่อความสวยงามไปในตัวด้วย ส่วนถ้าเป็นพื้นห้องใหม่ชนกับผนังเก่าให้ติดบัวเชิงผนังแล้วใช้วิธีซีลซิลิโคนเช่นกัน

ส่วนของผ้าเพดานที่จะมาบรรจบกัน ให้ใช้วิธีเว้นรอยต่อแล้วยาแนวด้วยซิลิโคนเช่นกันกับพื้นบ้าน แต่หากจะให้ดูมีลูกเล่น ให้ Drop ฝ้าตลอดแนวรอยต่อนั้นก็เป็นอีกวิธีที่ดูเนียนๆไปอีกแบบ

สีของอาคาร นอกจากจะเป็น Code เดียวกันแล้วควรใช้สีเกรดเดียวกันกับสีอาคารเดิมด้วยเช่นกัน

6. งานระบบ

ส่วนของสายไฟ และท่อประปาที่ต้องวิ่งผ่านทั้งอาคารใหม่และเก่า ให้เผื่อระยะหย่อนๆไว้ในท่อสายไฟ ส่วนประปาควรใช้ท่อ PE วิ่งเกาะตามแนวอาคารและเผื่อระยะไว้อย่าให้ตึง ส่วนท่อน้ำทิ้งให้เดินลงดินตามปกติแต่อย่าให้คานของอาคารใหม่ทับ เพิ่มเติมอีกส่วนคือท่อน้ำยาปลวก หากบ้านหลังไหนมีการวางระบบไว้แล้ว ก็ควรเพิ่มไปด้วยตามแนวคานของอาคารใหม่ โดยต้องทำการเดินให้เสร็จก่อนปิดแผ่นพื้นหรือเทพื้นบ้าน

ส่วนของระบบระบายน้ำฝนของใหม่ หากไม่มีบ่อพักรับน้ำฝน ก็ต้องเพิ่มบ่อพักและเชื่อมท่อระบายเข้ากับแนวท่อระบายน้ำทิ้งของอาคาร

ข้อพิจารณาก่อนการต่อเติมบ้านเดี่ยว

ทั้งหมดนี้ที่กล่าวมา จะเป็นการกล่าวในลักษณะทางกายภาพของอาคารที่ต้องคำนึงถึงก่อนในประเด็นแรกๆ ส่วนประเด็นอื่นๆ เช่น เรื่องการพิจารณาราคาค่าก่อส้ราง การแบ่งงวดงาน หรือเรื่องการเลือกใช้วัสดุอาคาร ทางทีมงานจะขอนำเสนอในคราวต่อๆไปนะครับ

เครดิตภาพ โครงการ : หมู่บ้านโมโน ป่าหล่าย จ..ภูเก็ต

ขียนและเรียบเรียงโดย : ทีเอ็ม ไมโครไพล์

#การต่อเติมบ้าน